จำนวนผู้เข้าชม

     เริ่มนับ 4 มกราคม 2550
เกี่ยวกับอาจารย์โชติ
วัตถุมงคลองค์พ่อฯ ปี'47
วัตถุมงคลองค์พ่อฯ ปี'50
เครื่องราง
สุดยอดมวลสารวัดพุทไธศวรรย์
ติดต่อเรา
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซด์จตุคามพุทไธฯ ดอทคอม.....วัตถุมงคลที่โชว์ในเว็บนี้มีองค์จริงทุกองค์.....
วัตถุมงคลวัดพุทไธศวรรย์
การชำระเงิน
 
             เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑  (พระเจ้าอู่ทอง)   ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา  ในปีขาลโทศก  พุทธศักราช  ๑๘๙๑  ต่อจากนั้นถึงปีมะเส็ง  เบญจศก  พุทธศักราช  ๑๘๙๖  ทรงอุทิศพระตำหนังกเดิมที่เวียงเหล็กเป็นพระอาราม  พระราชทานนามว่า  วัดพุทไธศวรรย์  โดยมีพระราชประสงค์ให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช  ฝ่ายคามวาสี  ในตำแหน่ง  สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่พบหลักญานเกี่ยวกับนามจองเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์  ตั้งแต่แรกสถาปนาจนถึงรัชกาลสมเด็จพระเพทราชา  ประมาณปีพุทธศักราช  ๒๒๓๓  ด้วยทรงรำลึกถึงพระคุณของพระอาจารย์ดี  เจ้าอาวาสวัดพระยาแมน  ซึ่งก่อนหน้านั้นได้เคยถวายคำพยากรณ์ไว้ว่า  พระองค์จะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินจึงได้โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดพระยาแมน  และทรงพระกรุณาแต่งตั้งให้พระอาจารย์ดี  เป็นพระราชาคณะที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์  กับโปรดให้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์  ระหว่าง  พ.ศ. ๒๒๓๓-๒๒๔๕
ต่อมาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ  ประเทศลังกาส่งฑูตมาขอพระราชทานพระสงฆ์ไทยไปสืบพระพุทธศาสนา  ให้เป็นพระอุปัชฌาย์บวชพุทธศาสนิกชน  ในประเทศลังกา  ครั้งนั้นพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โปรดให้สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์  วัดพุทไธศวรรย์  คัดเลือกพระสงฆ์ไทยมีพระอุบาลี  พระอริยมุนี  เป็นหัวหน้านำคณะสงฆ์ไทยเดินทางไปสืบพระพุทธศาสนายังประเทศลังกา  จึงเกิดคณะสงฆ์สยามวงศ์ขึ้นในประเทศลังกาจนทุกวันนี้
เรื่องราวเกี่ยวกับวัดพุทไศวรรย์  ขาดหายไปตลอดช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา  ถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์  จนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  จึงปรากฏหลักฐานว่าในระหว่างปีพุทธศักราช  ๒๔๓๖  พระครูพุทธวิหารโสภณ  เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์  ในขณะนั้นได้ขอพระราชทานปฏิสังขรณ์ยอดพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์และในปีพุทธศักราช  ๒๔๔๑  พระครูวินยานุวัติคุณ  เจ้าอาวาสขอพระราชทานปฏิสังขรณ์โบสถ์
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว  มีหลักฐานว่า  พระครูอุเทศธรรมวินัย (ชม)  เป็นเจ้าอาวาสและได้ปฏิสังขรณ์โบสถ์  โดยรื้อผนังโบสถ์ออกทั้งหมดแล้วก่อขึ้นใหม่โดยเจาะช่องให้แสงสว่างเข้ามาทางฝาผนังทั้งสองด้าน ๆ ละ  ๔  ช่อง
ต่อมาในช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  มีบันทึกอยู่ในจดหมายเหตุระบุนามเจ้าอาวาส  วัดพุทไธศวรรย์  ระหว่าง  พุทธศักราช  ๒๔๖๐-๒๔๗๕  จำนวน   ๓  รูป  คือ  เจ้าอธิการฟัก  เจ้าอธิการโป๋  และพระครูสมุห์สังวร   ต่อจาก  พ.ศ.  ๒๔๗๕  ก็ไม่ปรากฏหลักฐานนามเจ้าอาวาสอีกจนถึงปีพุทธศักราช  ๒๔๙๑  จึงปรากฏนามเจ้าอาวาสตามลำดับดังนี้
 
๑.   เจ้าอธิการคง                                             เป็นเจ้าอาวาส  ระหว่าง                    พ.ศ. ๒๔๙๑ - ๒๔๙๓
๒.   พระครูสาธุกิจโกศล  (ยอด)                    เป็นเจ้าอาวาส  ระหว่าง                    พ.ศ. ๒๔๙๓ - ๒๔๙๗
๓.   พระครูภัทรกิจโสภณ  (หวล)                   เป็นเจ้าอาวาส  ระหว่าง                    พ.ศ. ๒๔๙๘ - ปัจจุบัน
 
ลำดับเจ้าอาวาส
พระสงฆ์ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์  เท่าที่มีหลักฐานปรากฏ  ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันมีดังนี้
๑.   พระอาจารย์ฟัก  เดิมอยู่วัดธรรมิกราช  ต.ท่าวาสุกรี  อ.พระนครศรีอยุยา  จ.พระนครศรีอยุธยา  ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสและได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตร  ในรัชกาลที่  ๕ (ไม่ปรากฏราชทินนาม)  ท่านเป็นผู้บอกบุญเรี่ยไรซ่อมกำแพงแก้วด้านหน้าวัด  เมื่อปีจอ  พ.ศ. ๒๔๔๑  และทำการซ่อมแซมพระพุทธปรางค์
๒.  พระอาจารย์อิน  ได้รื้อย้ายสร้างหอระฆังขึ้นใหม่  ซึ่งเดิมอยู่ภายในกำแพงแก้ว
๓.  พระสมุห์วอน  ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเป็นฐานานุกรม  ขจองท่านผู้ใด
๔.  พระครูอุปเทศธรรมวินัย  (ชม  พรหมโชติ)  ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส  เมื่อประมาณ  ๕๐  กว่าปีมาแล้ว   และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลสำเภาล่ม  อำเภอพระนครศรีอยุธยา  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  อีกตำแหน่งหนึ่ง  ท่านเป็นผู้บูรณะซ่อมแซมผนังอุโบสถและโบราณสถาน  รวมทั้งอาคารต่าง ๆ  ภายในวัดให้มีสภาพสมบูรณ์แข็งแรงมาจนถึงปจัจจุบัน
๕.  พระอธิการสนธิ์
๖.  พระอาจารย์คง  ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส  และเจ้าคณะตำบลสำเภาล่มอีกตำแหน่งหนึ่ง
๗.  พระครูสาธุกิจโกศล  (ยอด  มนิสสโร)  ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสประมาณปี  พ.ศ.  ๒๔๙๓ - ๒๔๙๕  และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย
๘.  พระครูภัทรกิจโสภณ  (หวล  ภูริภทโท)  ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่วันที่  ๓๐  ธันวาคม  พ.ศ. ๒๔๙๘  ถึงปัจจุบัน  และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลตั้งแต่วันที่  ๓๑  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๔๙๙  อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย  ท่านเป็นผู้นำในการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถาน  โบราณวัตถุภายในวัดให้มีสภาพสวยงามมั่นคงแข็งแรง  อุโบสถ  วิหาร  พระพุทธรูปภายในพระระเบียงรอบองค์พระปรางค์  พระพุทธรูปภายในวิหารต่าง ๆ  หลายหลังเท่าที่สามารถทำได้  นอกจากนี้ท่านยังได้ทำการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ว่างภายในวัดให้เป็นระเบียบสวยงาม  เช่น  จัดทำสวนดอกไม้ประดับ  และปลูกสวนป่าตามโครงการของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  เป็นต้น  นับว่าท่านพระครูภัทรกิจโสภณ  เป็นกำลังสำคัญในการทะนุบำรุง   และปรับปรุงฟื้นฟูวัดพุทไธศวรรย์ให้มีความเจริญ  รุ่งเรือง  และเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป