องค์พ่อจตุคามรามเทพ เป็นเทพผู้คุ้มครองปกปักรักษาเมืองศรีวิชัย หรือเมืองสิบสองนักษัตร (จังหวัดนครศรีธรรมราช ในปัจจุบัน) จนมีการสร้างศาลหลักเมืองขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ พร้อมกับการสร้างวัตถุมงคล องค์จตุคามรามเทพ เพื่อให้ศรัทธาสาธุชนได้นำไปกราบไหว้บูชา จนกลายเป็นวัตถุมงคลที่มีผู้ให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวาง เพราะมากด้วยประสบการณ์ต่าง ๆ ที่องค์พ่อจตุคามรามเทพได้ดลบันดาลให้ประสบกับความสำเร็จสมหวังโดยทั่วกัน
กิติศัพท์อันโด่งดังของ องค์พ่อจตุคามรามเทพ ได้ขจรขจายอย่างกว้างไกลไพศาลยิ่ง ๆ ขึ้น ทำให้วงการพระเครื่อง วงการนักธุรกิจ นายธนาคาร พ่อค้า ประชาชน ต่างพากันแสวงหาวัตถุมงคล องค์พ่อจตุคามรามเทพ มากสัการบูชากันอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านวัดพุทไธศวรรย์ ได้มีการจัดสร้างองค์พ่อจตุคามรามเทพขึ้นอย่างสวยงาม น่าเลื่อมใส ใครที่ได้สักการบูชากราบไหว้ ขอพร จากท่าน มักจะประสบความสำเร็จและสมหวังเสมอ
หลายคนสงสัยว่า...ทำไมวัดพุทไธศวรรย์จึงมี องค์พ่อจตุคามรามเทพ ประดิษฐาน...เรื่องนี้พระอาจารย์โชติ ได้เล่าให้ฟังว่า
สาเหตุที่ท่านพ่อจตุคามรามเทพได้ประดิษฐานในวัดพุทไธศวรรย์ เริ่มขึ้นจากการดำริที่จะสร้างหลวงปู่ทวด ขนาดหน้าตัก ๒๙ นิ้ว เพื่อประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ โดยจะมีการบรรจุพระหลวงปู่ทวดขนาดเล็ก (แบบห้อยคอ) จำนวน ๑๐,๐๐๐ องค์ ไว้ในองค์หลวงปู่ทวดด้วย พระอาจารย์โชติ จึงได้เดินทางไปวัดช้างให้ เพื่อติดต่อขอเช่าทำบุญพระหลวงปู่ทวด เนื้อว่านผสมดินกากยายักษ์ แต่ทางวัดช้างให้ไม่มี จึงได้เดินทางไปวัดทรายขาว ติดต่อขอทำบุญพระหลวงพ่อทวด ทางวัดให้ทำบุญองค์ละ ๓๐ บาท ๑๐,๐๐๐ องค์ ก็ต้องใช้เงินมากถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท พระอาจารย์โชติไม่มีเงินมากพอ จึงไม่สามารถเช่าบูชาพระกลับมาได้
ต่อมาพระอาจารย์โชติ ได้อธิษฐานต่อหลวงพ่อดำ ซึ่งเป็นพระประธานในโบสถ์วัดพุทไธศวรรย์ เพื่อขอให้เจตนาที่ตั้งไว้ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน มีลูกศิเษย์ อาจารย์เณรวิรัช ลุปซ่า ซึ่งได้ทราบถึงเจตนารมย์ของท่าน จึงแนะนำให้ติดต่อไปยังคุณอนันต์ แซ่ตัน (โกฉ้า) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมสำนักเดียวกันที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่ามีพระหลวงปู่ทวดบ้างไหม? ถ้ามีจะให้ทำบุญองค์ละเท่าไหร่?
เมื่อทราบเจตนาของ พระอาจารย์โชติ คุณอนันต์ก็ได้ถวายพระหลวงปู่ทวด จำนวน ๑๐,๐๐๐ องค์ และได้เดินทางมาที่วัดพุทไธศวรรย์ เพื่อมอบพระดังกล่าว โดยมี คุณอะผ่อง สกุลอมร (โกผ่อง) ร่วมเดินทางมาด้วย เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕
ในวันนั้น โกผ่อง ได้ประกอบพิธีอัญเชิญ องค์พ่อจตุคามรามเทพด้วย เมื่อท่านพ่อประทับทรงแล้วก็ได้ถามว่า มีธุระอะไร? พระอาจารย์โชติจึงได้ตอบวัตถุประสงค์ให้ทราบ พร้อมทั้งขอเรียนวิชาจันทรภาณุ เหนือฟ้า เหนือดิน ท่านพ่อก็ถามต่อว่า "จะเรียนไปทำไม?" พระอาจารย์โชติตอบท่านว่า "เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ แต่ที่สำคัญจะได้รูว่า วิชาเหล่านี้มีจริงหรือไม่?"
จากนั้นท่านพ่อจตุคามรามเทพ จึงได้จับมือครอบให้พระอาจารย์โชติและจับมือเขียนอักขระ เพื่อมอบวิชาความรู้ให้ตามขั้นตอน พร้อมทั้งสั่งให้ดูแลพุทธศาสนาด้วย ต่อมาไม่นานพระอาจารย์โชติเห็นว่าที่วัดน่าจะมี องค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ องค์ใหญ่ประดิษฐาน เพื่อให้ลูกศิษย์และสาธุชนในภาคกลางได้สักการะกราบไหว้บูชา แทนการเดินทางไปถึง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ไกลอาจจะไม่สะดวกสำหรับบางคน ด้วยสาเหตุและปัจจัยหลายประการ
พระอาจารย์โชติ จึงได้อธิษฐานขออนุญาต ต่อองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ เพื่อสร้างรูปหลบ่อขนาดหน้าตัก ๒๙ นิ้ว โดยกำหนดพิธีเททองหล่อเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งตรงกับวันลอยกระทง (วันเพ็ญเดือน ๑๒) และในพิธีเดียวกันนี้ได้มีการเททองหล่อรูปเหมือนท่านพ่อจตุคามรามเทพ ขนาดหน้าตัก ๗ นิ้ว ให้ลูกศิษย์ได้นำไปสักการะกราบไหว้บูชา